-
       
    ประตูทางเข้าวัดหนามแดง     มณฑป ทรงไทย
  สร้างเมื่อ : -   สร้างเมื่อ : พ.ศ. ๒๕๕๓
  สร้างเสร็จเมื่อ : -   สร้างเสร็จเมื่อ :  
  งบประมาณ : -   งบประมาณ :

๒,๐๐๐,๐๐๐.-  บาท

  ความสำคัญ : 1.บ่งบอกอาณาเขตและให้รู้ว่าทางเข้าวัดอยู่ตรงไหน เพราะสภาพที่เป็นป่าปกคลุมมองไม่ค่อยเห็น
2.บ่งบอกถึงรูปแบบทางสถาปัตยกรรม แต่ละยุคสมัย แต่ละวัฒนธรรม
3.เป็นการกำหนดทางให้เข้าถึงใจกลางของพระประธานหรือของวัด
4. เป็นการสร้างประตูเพื่อนำตนเองเข้าสู่ประตูสวรรค์ หรือทำบุญรอตนเอง
5.เป็นการรวมพลังแห่งความรัก ความสามัคคีในอันที่จะปกป้องดูแล พระสงฆ์ และพระพุทธศาสนา
  ความสำคัญ : เป็นอาคารทรงไทยชั้นเดียว มีมุขกลาง ใช้เป็นที่ประดิษฐาน อดีตเจ้าอาวาสองค์เก่า ที่ได้มรณภาพไปแล้ว คือ พระครูสุคนธ์วรคุณ (สน่ม อู่วิเชียร) และเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลายองค์ เช่น หลวงพ่อโสธร,หลวงพ่อวัดบ้านแหลม,หลวงพ่อโต เพื่อให้ประชาชนและลูกศิษย์ ได้มากราบไหว้สักการะขอพร
           
       
    โบสถ์     กุฏิเจ้าอาวาส
  สร้างเมื่อ : เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗   สร้างเมื่อ : พ.ศ. ๒๕๑๔
  สร้างเสร็จเมื่อ : -   สร้างเสร็จเมื่อ : -
  งบประมาณ : ๒๗,๐๐๐,๐๐๐.-  บาท   งบประมาณ : ๓๐๐,๐๐๐.-  บาท
  ความสำคัญ :

เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยจัตุรมุข ๒ ชั้น ประดับด้วยกระจกสี มียอดแหลมบนหลังคาจัตุรมุข สร้างเสร็จและได้รับวิสุงคามสีมาใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจสังฆกรรม ในวันสำคัญต่างๆ 

  ความสำคัญ :

เป็นอาคารไม้ ๒ ชั้น ชั้นล่างพื้นคอนกรีต กรุด้วยกระจกสีชา สร้างถวายโดยนายโปรย นางกรุด ปิ่นมณี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นที่อยู่ของเจ้าอาวาสวัดหนามแดง และมีของเก่าแก่ที่มีค่าและราคาสูง เก็บสะสมไว้มากมาย โดยประชาชนและนักท่องเที่ยว สามารถมาเข้าชมได้ 

           
       
    อาคารพิพิธภัณฑ์ หลังกลาง    

ศาลาเอนกประสงค์ หน้าเมรุ

  สร้างเมื่อ : พ.ศ. ๒๕๕๐   สร้างเมื่อ : -
  สร้างเสร็จเมื่อ : -   สร้างเสร็จเมื่อ : พ.ศ. ๒๕๕๐ 
  งบประมาณ : -   งบประมาณ : ๑,๕๐๐,๐๐๐.-  บาท
  ความสำคัญ :

เป็นอาคารโล่ง ชั้นเดียว เป็นสถานที่เก็บสิ่งของเก่าแก่ ของพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มาศึกษาเรียนรู้ เขาจะได้ร ู้ว่าคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ เขาทํามาหากินกันอย่างไร

  ความสำคัญ :

            เดิมเป็นศาลาการเปรียญหลังเก่า เดิมอยู่ตรงถนนใกล้ชายคลอง พระครูพิพิธสารกิจวิมล เจ้าอาวาส ได้จ้างช่างย้ายมาให้ตรงกับเมรุ เพื่อใช้เป็นศาลาอเนกประสงค์ ในการเผาศพ และกิจกรรมอื่นๆ และได้เปลี่ยนหลังคาใหม่

           
       
    อาคารพระสังกัจจายน์     ฌาปนสถาน (เมรุเผาศพ)
  สร้างเมื่อ : พ.ศ. ๒๕๕๖   สร้างเมื่อ : -
  สร้างเสร็จเมื่อ : ๑๐,๐๐๐,๐๐๐.-  บาท-   สร้างเสร็จเมื่อ : พ.ศ. ๒๕๕๒
  งบประมาณ : -   งบประมาณ : ๔,๐๐๐,๐๐๐.-  บาท
  ความสำคัญ :

เป็นที่ประดิษฐานองค์พระสังกัจจายน์ องค์ใหญ่ สูง ๑๖ เมตร  สำหรับให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้มากราบไหว้สักการะขอพร พระอสีติมหาสาวก "แห่งโชคลาภ" เป็นพระอรหันต์ 1 ใน 80 พระอสีติมหาสาวกในศาสนาของพระโคตมพุทธเจ้า ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะในทางผู้อธิบายความย่อให้พิสดาร พระมหากัจจายนมีอีกชื่อหนึ่งว่า กัจจานะ (หรือกัจจายนะ) ในญี่ปุ่นรู้จักทั่วไปในชื่อ "คะเซ็นเน็น" (Kasennen) ส่วนในประเทศไทยนอกจากชื่อตามภาษาบาลีแล้ว ยังเป็นที่รู้จักในชื่อ "พระสังกัจจายน์" หรือ "พระสังกระจาย"
พระสังกัจจายน์ มีพุทธลักษณะอ้วน พุงพลุ้ย มีความหมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ โชคลาภ เป็นหนึ่งในพระสาวกผู้ใหญ่ จัดอยู่ในเอตทัคคะ ลักษณะของพระสังกัจจายน์ โดดเด่นมองเห็นก็รู้ว่า เป็นพุทธสาวกองค์ไหน เมื่อสรุปแล้วจะเห็นว่า พุทธสาวกจำนวน ๘๐ องค์ พระเอตทัคคะ ๔๑ องค์นั้น มีเพียงพระสังกัจจายน์ เท่านั้นที่สร้างอย่างโดดเด่น คติการสร้างพระสังกัจจายน์นิยมการสร้างมาก พระสังกัจจายน์จีน แบบมหายาน หินยาน โดยเฉพาะแบบจีน พระสังกัจจายน์จีนนิยมสร้างมากกว่าในเมือง โดยมีคติความเชื่อที่ว่า "ผู้ใดบูชาพระสังกัจจายน์ ย่อมเป็นมหามงคลอุดมด้วย ลาภ ยศ ความเจริญรุ่งเรืองดีนักแล"

  ความสำคัญ :

เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก เดิมก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๑๙ ต่อมาทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้นำเงินงบประมาณมาปรับปรุงใหม่